|
|
About US
ทำไมต้องบริจาค
ก่อนอื่นก็ขอสวัสดีเพื่อนๆ ที่เข้ามาเยี่ยมนะครับ
พวกเราเป็นกลุ่มนักเรียนในเมือง Heidelberg, Karlsruhe และ Mannheim ครับ
จุดเริ่มต้นของโครงการเหรอว่าชื่อนี้ คงเป็นจุดเริ่มต้นที่เกิดมาจากการทางกลุ่มเพื่อนนักเรียน
ไทยใน Heidelberg ได้ไปช่วยงานตอน ปี พ.ศ. 2543 ตอนที่
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จมาเยี่ยมศูนย์วิจัยมะเร็งแห่ง
ชาติเยอรมัน (DKFZ) แล้วเพื่อนนักเรียนไทยได้ไปช่วยงานต้อนรับด้วย แล้วได้เงินมาจำนวน
หนึ่ง เลยได้จัดทำโครงการซื้อหนังสือวารสารส่งไปให้น้องที่โรงเรียนในประเทศไทยเป็นเวลา
หนึ่งปี จากนั้นเมื่อโครงการจบลง ทางกลุ่มก็ได้จัดงานประชุมกันอย่างไม่ได้เป็นทางการขึ้น
เพื่อจะพูดคุยกันว่า เราจะทำกันต่อไหม เหรอว่าจะทำอะไรกันต่อดี
จากแนวความคิดส่วนหนึ่งที่พวกเราเป็นคนที่มีโอกาสที่ดีที่ได้มีโอกาสมาเรียน
ต่างประเทศและด้วยค่าเงินที่สูงกว่าประเทศไทยเรา เลยเริ่มคิดจากจุดเล็กๆ ที่ว่า เราอยู่
กันในเยอรมัน ทานอาหารมื้อละ 5 มาร์ค (ประมาณหนึ่งร้อยบาทไทย) หากเด็กที่อยู่ตามต่าง
จังหวัดอาจจะใช้เงินส่วนนี้ได้เป็นหนึ่งสัปดาห์ หรือว่ามากกว่านั้น เลยเกิดการคิดกันต่อว่า
จะเป็นไปได้ไหมที่เราจะร่วมเงินกันบริจาคจากเพื่อนๆ เราที่ศรัทธากันนี่แหละคนละสิบมาร์ค
ต่อเดือน ใครจะบริจาคทุกเดือนหรือว่าจะไม่ทุกเดือนก็ได้ ตามศรัทธา จะมากหรือน้อยกว่านั้น
ก็ได้ สำหรับการประชุมในวันนั้นได้ลองคิดกันเล่นๆ ว่าเราจะเอาเงินส่วนนี้ที่ได้ไปทำประโยชน์ในด้าน
ใด พวกเราได้ข้อสรุปออกมาว่า อยากเน้นในทางด้านการศึกษา
เพราะว่ามันเป็นสิ่งสำคัญ
สำหรับอนาคตของชาติ เลยมีข้อสรุปต่อกันมาจากนั้นว่า จะเน้นในส่วนนักเรียนที่กำลังจะจบ ประถมศึกษา
ปีที่ 6 และต้องการจะเข้าเรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เราเลยคิดกันถึงว่าจะให้ทุนการศึกษาดีไหม
ก็ได้มีการประชุมกันหลายครั้งนะครับ จนในที่สุดพวกเราก็บอกกันว่าในช่วงที่พวกเราร่วมรับบริจาคกัน
ในกลุ่มเล็กๆ ตอนนี้ ก็ให้แต่ละคนไปหาโครงการ คิดโครงการกันมา จะติดต่อเด็กกันอย่างไร
ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปประมาณ ห้าถึงหกเดือน พวกเราก็มีเงินเข้ามาในบัญชีของบริจาค พอสมควร
ซึ่งสามารถจะทำอะไรกันได้ในระดับหนึ่ง
ก็ได้มีการประชุมพบปะกันต่ออีกนะครับ ผมเองก็ได้โครงการมาจากประเทศไทยด้วย
และได้ข้อมูลจากคุณจงจิตต์ ฤทธิรงค์และคุณพี่ริน ที่มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา เลยเสนอเข้าไปดู ซึ่งเป็นโครงการที่ทางมูลนิธิ ดร. เทียม โชควัฒนา
ได้บริจาคเงินสนับสนุน ทุนการศึกษาเด็ก 5 จังหวัด ทางภาคอีสาน และบังเอิญข้อมูลที่ได้มา
เป็น
รายงานสรุปในการพิจารณา เด็กนักเรียนเข้ารับทุน ซึ่งปกติทางมูลนิธิฯ ก็ได้ช่วยมาแล้วเป็นเวล
าห้าปี เฉลี่ยปีละ 200 คน
แต่ปีนี้มีนักเรียนเสนอขอทุนมาเยอะมาก จนในที่สุดกรรมการพิจารณา โดย ดร. สายฤดี วรกิจโภคาทร
ได้พิจารณาแล้วผู้ที่ผ่านการพิจารณา ซึ่งได้ไปเยี่ยมที่บ้านนักเรียนด้วย เป็นจำนวน 327 คน
ซึ่งมากว่าปีก่อนๆ และนั่นคือ เด็กนักเรียนที่เกินมาจำนวน 127 คน เราก็เลยคิดกันว่า พวกเราจะ
ช่วยเหลือน้องที่เกินมานี้ไหม หากเราจะช่วย พวกเราจะช่วยกันได้กี่คน
ช่วยกันจนเรียนจบ ม.3 เป็นเวลาสามปี ปีละ 2000 บาท(ประมาณ 55 ยูโร ต่อคนต่อปี)
พวกเราก็ลองคำนวณกันดูว่า หากพี่หนึ่งคน บริจาค คนละ 5 ยูโร ต่อเดือน ครบหนึ่งปี ก็ช่วยเหลือน้องได้
หนึ่งคนพอดี
แต่ด้วยความคิดตอนนั้น เราไม่จำเป็นว่าจะต้องช่วยได้เยอะขอให้ได้ช่วยตามกำลังความสามารถ
ของกลุ่มที่มีกำลังครับ และในสุดท้ายตอนนั้น เพื่อนๆในกลุ่มก็ได้เขียนจดหมายถึงเพื่อนๆ นักเรียนไทยใน
เยอรมันปรากฎว่ามีเพื่อนๆใจบุญ ได้ร่วมและอยากจะร่วมบริจาคกันหลายคนครับ เป็นที่น่าชื่นชมมากครับ
(อันนี้ประทับใจมากเลยครับ ดีใจแทนเด็กๆ ต่างจังหวัดครับ) และเราคำนวณกันแล้ว ก็ช่วยได้ประมาณ
15 คนครับ ซึ่งสิบห้าคนนี้เราจะช่วยจนครบสามปีครับ
ซึ่งในประเด็นต่อมาคือว่า ในปีต่อไป พวกเราจะต่อเนื่องกันต่อหรือไม่ก็อยู่ที่เงินบริจาค
ที่เพื่อนๆ ได้บริจาคกันเข้ามา จะต่อเนื่องโครงการในรุ่นที่ 2 อีก จะทำซักกี่คน เหรอว่ามีโครงการ
อื่นๆ อยากจะทำในทำนองอย่างนี้ เพื่อนๆ ทุกคนก็มีสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็นนะครับ
สำหรับตอนนี้ เราได้รายชื่อน้องๆ กันมาและที่อยู่นะครับ ซึ่งเราจะติดต่อกับน้องนักเรียนกันทาง
จดหมายนะครับ
สำหรับเพื่อนๆ คนอื่นที่สนใจจะบริจาคเงินเหรอว่าจะร่วมเข้ามาเป็นสมาชิกในเมล์ของพวกเรา
ก็ได้นะครับ ไม่จำเป็นต้องบริจาคถึงจะได้เป็นสมาชิก พวกเรายินดีรับข้อคิดเห็นจากทุกคนเสมอครับ
ด้วยมิตรภาพ
สมาชิกกลุ่มบริจาค.
30.07.2002
|
|